<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-951240888162793400</id><updated>2011-04-21T19:46:12.820-07:00</updated><title type='text'>Business Mathematician</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://nongja.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/951240888162793400/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nongja.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Mathematician</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11082883264303210586</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-951240888162793400.post-1419856065114018257</id><published>2008-04-29T23:10:00.000-07:00</published><updated>2008-04-29T23:19:47.353-07:00</updated><title type='text'>งานกับข้อคิด</title><content type='html'>1.ปฐมบท&lt;br /&gt;ผลตอบแทนหรืออัตราเงินเดือนที่ดึงดูดย่อมเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้คนทำงานอย่างเรา ๆ อยากที่จะเปลี่ยนงานเพื่อได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งก็ไม่ผิดหรือแปลกอะไรหากเราจะใช้ตัวเงินหรือผลตอบแทน เป็นเงื่อนไขหลักในการเปลี่ยนงาน แต่สิ่งที่ท่านต้องพิจารณาภายใต้เงื่อนไขความเป็นจริงของโลกธุรกิจก็คือ การได้เงินมากก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น (อาจจะคิดง่าย ๆ ว่าไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาโดยง่าย ๆ โดยปราศจากความพยายาม) โดยสิ่งที่ท่านอาจสูญเสียโดยไม่รู้ตัวก็คือ “ต้นทุนความเครียดสะสม” อันจะนำมาซึ่งสุขภาพที่แย่ลงเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ เรื่องของเวลาส่วนตัวที่ท่านสูญเสีย แต่ก่อนท่านอาจจะเคยไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน ถ้างานใหม่นั้นที่ท่านต้องรับผิดชอบมีความเครียด และต้องใช้สมาธิจดจ่อกับงานนั้น ๆ  หลังเลิกงานท่านอาจจะต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมไปเป็นการผ่อนคลายโดยการหาร้านนั่งสบาย ๆ สังสรรค์กับเพื่อนฝูงแทน ซึ่งก็จะส่งผลเป็นลูกโซ่ว่าท่านต้องใช้เงินมากขึ้นในการผ่อนคลายความเครียดจากงานดังกล่าว และต้องใช้เงินมากขึ้นไปกับการสังสรรค์ที่มากขึ้น ดังนั้น ท่านอาจจะต้องใคร่ครวญให้ดีกว่าเงินที่เพิ่มมากขึ้นนั้น คุ้มค่าหรือไม่กับเวลา สุขภาพ และความเป็นส่วนตัวที่อาจจะต้องหายไปบ้าง ประเด็นนี้ต้องคิดและใคร่ครวญให้รอบคอบ ไม่มีใครถูกหรือผิด มีแต่จะถูกใจหรือไม่ก็เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่อยากเสริมก็คือตำแหน่งงาน เมื่อท่านได้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีแล้ว เงินเดือนและค่าตอบแทนต่าง ๆ ที่สูงขึ้นย่อมตามมา ฉะนั้น ไม่อยากให้ท่านพิจารณาเพียงว่างานอะไรก็ได้แต่ต้องเงินเยอะ ๆ ต้องย้อนถามตัวเองด้วยนะครับว่า ท่านพร้อมหรือไม่ที่จะเอาตัวตน หรือสไตล์การใช้ชีวิตของท่านไปแลกกับผลตอบแทนก้อนที่ใหญ่ขึ้น&lt;br /&gt;หากท่านสนใจสมัครรับจดหมายข่าวเพิ่มเติม โปรดลงทะเบียนที่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.quixest.com/begin.php?fid=20&amp;amp;tid=14&amp;amp;agent=Amaritkatze"&gt;http://www.quixest.com/begin.php?fid=20&amp;amp;tid=14&amp;amp;agent=Amaritkatze&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ท่านพอใจในสถานะปัจจุบันของตัวเองหรือไม่&lt;br /&gt;หัวข้อนี้อาจจะเป็นธรรมะสักนิดนึง แต่ธรรมะและสัจธรรมความจริงของชีวิตนี่แหละ ที่ทำให้คนเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะว่าการเดินสายกลางโดยยึดหลักการทำอะไรแต่พอดี พอเหมาะพอควร และเหมาะสมกับตัวเอง ย่อมนำมาซึ่งความสุขในชีวิต แม้ว่าเงินเดือนอาจจะมาก หน้าที่การงานและองค์กรที่ท่านทำงานอยู่อาจจะไม่เลิศเลอ แต่ถ้าท่านตอบตัวเองได้ว่า “ฉันพอเท่านี้ ฉันพอใจในสิ่งที่ฉันมีฉันเป็นในปัจจุบัน เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับชีวิตฉัน” ซึ่งหมายความว่า “ถ้าท่านพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว ความอยากมีเงินเดือนที่มาก หน้าที่การงานใหญ่โตก็จะลดลง ท่านก็จะมีความโลภและความทะยานอยากน้อยลง” ซึ่งท่านก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น โดยไม่ต้องขวนขวายดิ้นรนกับชีวิตมากจนเกินไปนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทสรุป&lt;br /&gt;การที่จะใช้ชีวิตในการทำงานอย่างมีความสุขเป็นเรื่องที่ไม่ยาก และเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนสามารถเลือกได้ว่าเราจะเป็นคนที่มีความสุขหรือมีความทุกข์ แต่อย่างไรก็ดี ทั้งในทางศาสนาและโลกธุรกิจ การเป็นคนที่พรั่งพร้อมไปด้วยสติปัญญา มีความเพียรพยายาม รู้จักขวนขวายหาความรอบรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ และมีมานะอดทนย่อมเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น ต้องคิดและนำมาปฏิบัติ มิใช่เอาแต่คิดแต่ไม่ทำ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยจากคนที่ไม่ได้คิด บอกตัวเองไว้นะครับว่า “ในปฏิทินไม่มีคำว่าวันพรุ่งนี้” ดังนั้นหากจะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดขอให้เริ่มทันที การเริ่มต้นนั้นยาก แต่ถ้าเริ่มก้าวแรกแล้วก้าวต่อไปท่านก็จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พึงระลึกไว้ว่า “หนทางไกลนับหมื่นนับพันลี้ เริ่มจากก้าวสั้น ๆ” ดังนั้น ขอให้ถามตัวเองอย่างจริงใจว่า ตัวของเราเองมีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร แล้วนำเอาข้อดีหรือจุดเด่นของตัวเองมาใช้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องพยายามกำจัดจุดอ่อนและข้อเสียต่าง ๆ ออกไป เพื่อที่เราจะได้เป็นคนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเป็นคนที่วางแผนชีวิตย่อมทำให้ชีวิตก้าวเดินไปอย่างมีทิศทาง และตรงวัตถุประสงค์ที่วาดหวังไว้ ขอให้บุญรักษาท่านผู้อ่านทุกท่านครับ..&lt;br /&gt;หากท่านประสงค์จะรับฟังการบรรยายเพื่อสร้างแนวคิดและกำลังใจของผู้เขียน โปรดติดตามรายละเอียดได้ที่&lt;br /&gt; &lt;a href="http://www.quixest.com/begin.php?fid=22&amp;amp;tid=19&amp;amp;agent=Amaritkatze"&gt;http://www.quixest.com/begin.php?fid=22&amp;amp;tid=19&amp;amp;agent=Amaritkatze&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**ผู้จัดทำยินดีน้อมรับข้อคิดเห็น และคำแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงบทความให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไปครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/951240888162793400-1419856065114018257?l=nongja.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://nongja.blogspot.com/feeds/1419856065114018257/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=951240888162793400&amp;postID=1419856065114018257' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/951240888162793400/posts/default/1419856065114018257'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/951240888162793400/posts/default/1419856065114018257'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://nongja.blogspot.com/2008/04/blog-post.html' title='งานกับข้อคิด'/><author><name>Mathematician</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11082883264303210586</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
